บทที่ 2 ⏱ 15 นาที

มันยังไม่ใช่ — วิธีบอก AI ให้แก้

ในบทที่แล้ว คุณมีแอปจดบันทึกที่ใช้งานได้แล้ว

แต่แอปแรกที่ AI สร้างให้ มักจะยังไม่ใช่แบบที่คุณอยากได้ 100% บทนี้เราจะฝึกทักษะสำคัญที่สุดต่อจากการเริ่มต้น: บอก AI ให้แก้เฉพาะจุด โดยไม่ต้องเริ่มใหม่


ลงมือแก้ก่อน — เลือกสิ่งที่ยังไม่ใช่ 1 อย่าง

ขั้นตอนที่ 1 — เปิดโปรเจกต์เดิมของคุณ

  1. เข้า Lovable
  2. เปิดโปรเจกต์แอปจดบันทึกที่คุณสร้างไว้จากบทที่แล้ว
  3. มองไปที่ preview ทางขวา
  4. เลือกสิ่งที่ยังไม่ถูกใจมา 1 อย่าง

ตัวอย่างของสิ่งที่มักยังไม่ใช่:

  • ปุ่มยังไม่ใช่สีที่คุณชอบ
  • ข้อความบางส่วนยังเป็นภาษาอังกฤษ
  • ช่องพิมพ์เล็กไปหรืออ่านยาก
  • หัวข้อแอปยังไม่ใช่คำที่คุณอยากใช้

อย่าเพิ่งแก้หลายอย่างพร้อมกัน เลือกแค่อย่างเดียวก่อน

⚠️ แก้ทีละจุด

ถ้าคุณขอให้ AI เปลี่ยนหลายอย่างมากในรอบเดียว มันมีโอกาสแก้ไม่ครบ หรือไปแตะส่วนที่คุณไม่ได้ตั้งใจให้เปลี่ยน


ขั้นตอนที่ 2 — ใช้ follow-up prompt

ข้อความที่คุณพิมพ์เพื่อแก้งานต่อจากของเดิม เรียกว่า follow-up prompt (คำสั่งต่อจากงานเดิม)

ให้พิมพ์ prompt นี้ในช่องแชทของโปรเจกต์เดิม:

เปลี่ยนหัวข้อแอปจากข้อความเดิมเป็น "บันทึกของฉัน"
เปลี่ยนปุ่ม "บันทึกโน้ต" เป็นสีน้ำเงิน
และเปลี่ยนข้อความในช่องกรอกให้เป็นภาษาไทยทั้งหมด
โดยไม่เปลี่ยนฟังก์ชันการเพิ่มและลบโน้ต

ขั้นตอนที่ 3 — ดูผลใน preview

  1. กดส่ง prompt
  2. รอให้ AI แก้แอป
  3. ดูที่ preview ทางขวาอีกครั้ง

คุณควรเห็นข้อความและหน้าตาบางส่วนเปลี่ยนไป แต่แอปยังเพิ่มและลบโน้ตได้เหมือนเดิม

✅ คุณเริ่มคุมทิศทางแอปได้แล้ว

ถ้าหน้าตาแอปเปลี่ยนตามที่บอก และฟังก์ชันเดิมยังอยู่ครบ แปลว่าคุณไม่ได้แค่ใช้ AI สร้างของ แต่เริ่มบังคับทิศทางมันได้แล้ว


ทำไม prompt แบบนี้ถึงแก้ได้ตรงกว่า

เวลาคุณพิมพ์ว่า “ขอให้สวยขึ้น” AI ต้องเดาเองว่าสวยของคุณแปลว่าอะไร

แต่ถ้าคุณบอกชัดว่าอะไรต้องเปลี่ยน และอะไรต้องอยู่เหมือนเดิม AI จะทำตามได้ตรงกว่ามาก

ลองดูความต่าง:

แบบที่กว้างเกินไป

ช่วยทำให้แอปดูดีขึ้น

แบบที่ AI ทำตามได้ง่ายกว่า

เปลี่ยนปุ่ม "บันทึกโน้ต" เป็นสีน้ำเงิน
เปลี่ยนข้อความทั้งหมดให้เป็นภาษาไทย
โดยไม่เปลี่ยนฟังก์ชันการเพิ่มและลบโน้ต

สรุปสั้นๆ คือ prompt ที่ดีตอนแก้งาน มักมี 2 ส่วน:

  • บอกว่าอยากให้เปลี่ยนอะไร
  • บอกว่าอะไรต้องคงไว้เหมือนเดิม
💡 สูตรจำง่าย

เวลาจะแก้แอป ให้คิดแบบนี้: “เปลี่ยนอะไร” + “อย่าแตะอะไร”


ลองแก้ด้วยคำของคุณเองอีก 1 รอบ

ขั้นตอนที่ 1 — เลือกอีก 1 จุด

มองที่แอปของคุณแล้วเลือกแค่อย่างเดียว เช่น:

  • อยากให้ช่องกรอกเนื้อหาสูงขึ้น
  • อยากให้หัวข้อแอปใหญ่ขึ้น
  • อยากให้ปุ่มลบเด่นน้อยลง
  • อยากให้มีระยะห่างระหว่างโน้ตมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 2 — เขียน prompt ตามสูตรนี้

เปลี่ยน [สิ่งที่อยากเปลี่ยน]
โดยไม่เปลี่ยน [สิ่งที่ต้องคงไว้]

ตัวอย่าง:

เพิ่มความสูงของช่องกรอกเนื้อหาโน้ตให้อ่านง่ายขึ้น
โดยไม่เปลี่ยนปุ่มบันทึกและรายการโน้ตด้านล่าง

ขั้นตอนที่ 3 — ทดสอบว่าแอปยังทำงานเหมือนเดิม

  1. ลองเพิ่มโน้ต 1 อัน
  2. ลองลบโน้ต 1 อัน
  3. ดูว่าของที่คุณขอให้เปลี่ยน เปลี่ยนจริงหรือเปล่า

ถ้าผลลัพธ์ดีขึ้น นั่นคือคุณกำลังใช้ AI แบบคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่ใช่แค่รอลุ้นว่ามันจะทำอะไรให้

✅ แอปเริ่มตรงใจขึ้นแล้ว

ถ้าคุณเปลี่ยนอย่างน้อย 1 จุดได้สำเร็จ และฟังก์ชันเดิมยังทำงานได้ บทนี้ถือว่าคุณผ่านแล้ว


ถ้า AI แก้ไม่ตรง ให้บอกเพิ่มแบบนี้

บางครั้ง AI จะเปลี่ยนไม่ครบ หรือเปลี่ยนผิดจุด นั่นเป็นเรื่องปกติ

สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เริ่มใหม่ แต่คือบอกเพิ่มให้ชัดขึ้นในรอบถัดไป

ตัวอย่าง:

ปุ่มบันทึกเปลี่ยนสีแล้ว แต่ข้อความในช่องกรอกยังไม่เป็นภาษาไทย
ช่วยแก้เฉพาะข้อความในช่องกรอก โดยไม่เปลี่ยนส่วนอื่น

ยิ่งคุณบอกสิ่งที่ยังผิดได้ชัดเท่าไร รอบต่อไปก็ยิ่งตรงขึ้นเท่านั้น

💡 อย่าอธิบายใหม่ทั้งหมด

คุณไม่ต้องเล่าใหม่ตั้งแต่ต้นทุกครั้ง แค่บอกว่า “อันไหนยังไม่ถูก” และ “อยากให้เป็นอะไรแทน” ก็พอ


คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง

  • คุณใช้โปรเจกต์เดิมต่อได้ โดยไม่ต้องเริ่มใหม่
  • คุณสั่ง AI ให้แก้เฉพาะจุดได้
  • คุณรู้แล้วว่าควรบอกทั้ง “สิ่งที่อยากเปลี่ยน” และ “สิ่งที่ต้องคงไว้”
  • คุณเริ่มทำให้แอปเข้าใกล้สิ่งที่อยู่ในหัวมากขึ้นแล้ว

บทต่อไป เราจะเพิ่มของใหม่เข้าไปในแอปเดิม โดยไม่ทำให้ของที่ใช้อยู่พัง

🎉
ยินดีด้วย! คุณทำสำเร็จแล้ว

คุณปรับแอปจดบันทึกให้ตรงใจขึ้นได้แล้ว ด้วยการบอก AI ให้แก้เฉพาะจุด 🎉